ไม่มีหมวดหมู่

ประกาศมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เรื่อง “การบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ”

ดาว์นโหลด งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ

เล่มชี้แจงงบบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

  • เล่มชี้แจงงบบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม มทร.อีสาน ประจำปีงปม. 2562(กรรมาธิการ) ดาวน์โหลด

ปฏิทินกิจกรรม

ระบบลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ

11173363_823512364398609_109712797844376514_n

แบบฟอร์มเสนอรายชื่อเข้าร่วมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการระบบฐานข้อมูล
วันอังคารที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๙ เวลา ๐๘.๓๐-๑๖.๓๐ น.
ณ ห้อง ๐๑๙๐๑ ชั้น ๙ คณะบริหารธุรกิจ ศูนย์กลางมหาวิทยาลัยฯ

รายงานประจำปี

ภาพกิจกรรม

 

 

ข้อมูลน่ารู้

การจัดการความรู้ (KM) ทำไมเราต้องทำการจัดการความรู้

ทำไมต้องจัดการความรู้..

ความรู้ในองค์กร หรือความรู้ที่อยู่ในตัวบุคลากรขององค์กร หากไม่มีการจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ความรู้นั้นก็จะไม่ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรได้อย่างที่ควรจะเป็น ยกตัวอย่างเช่น เมื่อพนักงานผู้เชี่ยวชาญงาน มีความรู้เรื่องระบบการทำงานของแผนกเป็นอย่างดีลาออกหรือปลดเกษียณไปองค์กร จะทำอย่างไรจึงจะสามารถนำความรู้ที่มีอยู่ในตัวบุคคลนั้นออกมาถ่ายทอดให้แก่พนักงานใหม่ที่มารับหน้าที่แทนให้สามารถสานต่องานในตำแหน่งนั้นได้อย่างราบรื่น หรือเมื่อองค์กรส่งพนักงานไปเข้ารับการอบรมหรือเข้าร่วมการสัมมนาต่าง ๆ ความรู้ที่พนักงานได้รับมานั้นสามารถนำมาถ่ายทอดสู่ผู้ที่ไม่ได้เข้ารับ การอบรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากองค์กรไม่มีกระบวนการจัดการความรู้ที่ดี องค์กรจะไม่สามารถนำความรู้ที่มีอยู่กระจัดกระจาย หรืออยู่ที่ตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งออกมาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมได้อย่าง เต็มที่ ส่งผลให้การทำงานสะดุดติดขัดในขั้นตอนการถ่ายทอดความรู้ หรือการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ
ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากไม่มีการแบ่งปัน หรือการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ

ในทางตรงกันข้ามหากความรู้จำเป็นสำหรับการทำ งานถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ เมื่อพนักงานลาออกไป พนักงานใหม่เข้ามาแทนจะได้รับการถ่ายทอดความรู้อย่างเป็นระบบและสามารถเรียน รู้งานได้อย่างรวดเร็ว หรือความรู้ที่พนักงานได้จากการเข้ารับการอบรม หรือสัมมนา ก็มีการนำมาถ่ายทอดให้ผู้ที่ไม่ได้รับการอบรมเกิดความรู้และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้เช่นเดียวกับผู้เข้ารับการอบรม โดยกระบวนการในการจัดการความรู้ แต่การจัดการความรู้จะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อ ผู้ที่ถูกถ่ายทอดนำความรู้จากผู้ถ่ายทอดนั้นมาปฏิบัติจริง

ผู้ที่ไปอบรม—–ถ่ายทอดให้—-> ผู้ไม่ได้ไป —–เอาความรู้มาประยุกษ์ใช้กับงาน—–>เกิดองค์ความรู้ใหม่
ถึงเรียกว่าKMโดยสมบูรณ์ (KMแท้) เกิดประโยชน์

km31

การจัดการความรู้ (KM) ความหมายที่แท้จริงของการจัดการความรู้

การจัดการความรู้ (KM) ความหมายที่แท้จริงของการจัดการความรู้

การจัดการความรู้ที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการจัดประชุม อบรมธรรมดา เพียงอย่างเดียวแต่เป็นการนำคนที่ปฏิบัติงานจริงมาแลกเปลี่ยนถ่ายทอดกระบวนการทำงานกันโดยเน้นการนำวิธีการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาและการเปิดใจ เพื่อปรับเปลี่ยนนำวิธีการที่ดีสามารถเข้ากับงานของตนเองไปใช้ได ้เนื่องจากการจัดการความรู้นั้นไม่มีหลักสูตรตายตัวจึงไม่สามารถลอกเลียนแบบกันได้การประยุกษ์ใช้ จึงเป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างชุมชนนักปฏิบัติ อย่าลืมว่าทุกส่วนขององค์กรมีความสำคัญทั้งสิ้น ก็เหมือนกับนิ้วมือของคนเราลองคิดดูว่าถ้าเราขาดนิ้วก้อยซึ่งหลายคนคิดว่า ไม่สำคัญจะไม่สามารถพิมพ์pคอมพิวเตอร์ได้เร็วเท่าเดิมทุกคนในองค์กรจึงควรคิดอยู่เสมอว่าถ้าองค์กรอยู่ไม่ได้เราก็อยู่ไม่ได้ด้วยเช่นกัน

การจัดการความรู้ (KM) “โมเดลปลาทู”

“โมเดลปลาทู” เป็นโมเดลอย่างง่าย ที่เปรียบการจัดการความรู้ เหมือนกับปลาทูหนึ่งตัวที่มี ๓ ส่วน คือ

 

KM2_clip_image001

ส่วน “หัวปลา” (Knowledge Vision- KV) หมายถึง ส่วนที่เป็นเป้าหมาย วิสัยทัศน์ หรือทิศทางของการจัดการความรู้ โดยก่อนที่จะทำจัดการความรู้ ต้องตอบให้ได้ว่า “เราจะทำ KM ไปเพื่ออะไร ?” โดย “หัวปลา” นี้จะต้องเป็นของ “คณกิจ” หรือ ผู้ดำเนินกิจกรรม KM ทั้งหมด โดยมี “คุณเอื้อ” และ “คุณอำนวย” คอยช่วยเหลือ

ส่วน “ตัวปลา” (Knowledge Sharing-KS) เป็นส่วนของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญ ซึ่ง “คุณอำนวย” จะมีบทบาทมากในการช่วยกระตุ้นให้ “คุณกิจ” มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความรู้ โดยเฉพาะความรู้ซ่อนเร้นที่มีอยู่ในตัว “คุณกิจ” พร้อมอำนวยให้เกิดบรรยากาศในการเรียนรู้แบบเป็นทีม ให้เกิดการหมุนเวียนความรู้ ยกระดับความรู้ และเกิดนวัตกรรม

ส่วน “หางปลา” (Knowledge Assets-KA) เป็นส่วนของ “คลังความรู้” หรือ “ขุมความรู้” ที่ได้จากการเก็บสะสม “เกร็ดความรู้” ที่ได้จากกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “ตัวปลา” ซึ่งเราอาจเก็บส่วนของ “หางปลา” นี้ด้วยวิธีต่างๆ เช่น ICT ซึ่งเป็นการสกัดความรู้ที่ซ่อนเร้นให้เป็นความรู้ที่เด่นชัด นำไปเผยแพร่และแลกเปลี่ยนหมุนเวียนใช้ พร้อมยกระดับต่อไป

 

การจัดการความรู้ (KM) คืออะไร

การจัดการความรู้ หรือที่เรียกย่อๆ ว่า KM คือ เครื่องมือ เพื่อใช้ในการบรรลุเป้าหมายอย่างน้อย 3 ประการไปพร้อมๆ กัน ได้แก่ บรรลุเป้าหมายของงาน บรรลุเป้าหมายการพัฒนาคน และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
ดังนั้นการจัดการความรู้จึงไม่ใช่เป้าหมายในตัวของมันเอง เมื่อไรก็ตามที่มีการเข้าใจผิด เอาการจัดการความรู้เป็นเป้าหมาย ความผิดพลาดก็เริ่มเดินเข้ามา อันตรายที่จะเกิดตามมาคือ การจัดการความรู้เทียม หรือ ปลอม เป็นการดำเนินการเพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่ามีการจัดการความรู้เท่านั้นเอง

แรงจูงใจในการริเริ่มการจัดการความรู้

แรงจูงใจแท้ต่อการดำเนินการจัดการความรู้ คือ เป้าหมายที่งาน คน และองค์กร เป็นเงื่อนไขสำคัญ ในระดับที่เป็นหัวใจสู่ความสำเร็จในการจัดการความรู้ แรงจูงใจเทียมต่อการดำเนินการจัดการความรู้ในสังคมไทย มีมากมายหลายแบบ เป็นต้นเหตุที่นำไปสู่การทำการจัดการความรู้แบบเทียม และนำไปสู่ความล้มเหลวในที่สุด เช่น ทำเพราะถูกบังคับตามข้อกำหนด กล่าวคือ ทำเพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่าทำ หรือทำเพื่อชื่อเสียง ทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรดูดี หรือมาจากความต้องการผลงานของหน่วยย่อยภายในองค์กร เช่น หน่วยพัฒนาบุคลากร (HRD) หน่วยสื่อสารและสารสนเทศ (ICT) หรือหน่วยพัฒนาองค์กร (OD) ต้องการใช้การจัดการความรู้ในการสร้างความเด่น หรือสร้างผลงานของตน หรืออาจมาจากคนเพียงไม่กี่คน ที่ชอบของเล่นใหม่ๆ ชอบกิจกรรมที่ดูทันสมัย เป็นแฟชั่น แต่ไม่เข้าใจความหมายและวิธีการดำเนินการจัดการความรู้อย่างแท้จริง

ประเภทความรู้ ความรู้อาจแบ่งใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภท คือ

1.ความรู้เด่นชัด (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ที่อยู่ในรูปแบบที่เป็นเอกสาร หรือ วิชาการ อยู่ในตำรา คู่มือปฏิบัติงานความรู้ซ่อนเร้น/

2.ความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่แฝงอยู่ในตัวคน เป็นประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน เป็นภูมิปัญญา

โดยที่ความรู้ทั้ง ๒ ประเภทนี้มีวิธีการจัดการที่แตกต่างกัน
การจัดการ “ความรู้เด่นชัด” จะเน้นไปที่การเข้าถึงแหล่งความรู้ ตรวจสอบ และตีความได้ เมื่อนำไปใช้แล้วเกิดความรู้ใหม่ ก็นำมาสรุปไว้ เพื่อใช้อ้างอิง หรือให้ผู้อื่นเข้าถึงได้ต่อไป ส่วนการจัดการ “ความรู้ซ่อนเร้น” นั้นจะเน้นไปที่การจัดเวทีเพื่อให้มีการแบ่งปันความรู้ที่อยู่ในตัวผู้ปฏิบัติ ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน อันนำไปสู่การสร้างความรู้ใหม่ ที่แต่ละคนสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้ต่อไป

5 ส.

  • ข้อเสนอแนะในการดำเนินกิจกรรม 5 ส.  กองนโยบายและแผน Download
  • แผนงานกิจกรรม 5 ส. กองนโยบายและแผนประจำปีการศึกษา 2553 (1 มิถุนายน 2553 – 31 พฤษภาคม 2554) Download
  • ประกาศกองนโยบายและแผน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เรื่อง  นโยบายและแนวทางการดำเนินกิจกรรม 5 ส. Download
  • คู่มือการดำเนินงาน กิจกรรม  5 ส.  กองนโยบายและแผน Download
  • ความหมาย 5 ส. รายละเอียด

 

 

ลิงค์หน่วยงานภายใน

สำนักงานอธิการบดี

หน่วยตรวจสอบภายใน

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน

สถาบันวิจัยและพัฒนา

คณะบริหารธุรกิจ

คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์

คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์

คณะศิลปกรรมและออกแบบอุตสาหกรรม

สำนักงานวิทยาเขต

คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมการเกษตร

คณะเทคโนโลยีสังคม

  • คณะเทคโนโลยีสังคม
  • สาขาวิชามนุษย์ศาสตร์
  • สาขาวิชาสังคมศาสตร์
  • สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • สาขาวิชาการบัญชี
  • สาขาวิชาการจัดการ
  • สาขาวิชาการตลาด

สำนักงานวิทยาเขต

คณะวิศวกรรมศาสตร์

คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม

สำนักงานวิทยาเขต

คณะอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี

คณะทรัพยากรธรรมชาติ

สำนักงานวิทยาเขต

คณะเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี

คณะเทคโนโลยีการจัดการ

ลิงค์หน่วยงานภายนอก

 

๓

๒

๘

  ๖
๔
๕

001

๗

ลิ๊งค์หน่วยงานภายใน

คณะ

หน่วยงานภายใน

กองนโยบายและแผนจัดประชุมเพื่อถ่ายทอดแผนยุทธศาสตร์ ฯ และกำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัดแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557-2560 ในวันที่ 16 ตุลาคม 2556 ณ ห้องประชุมมรกตอีสาน จังหวัดนครราชสีมา

กองนโยบายและแผนจัดประชุมเพื่อถ่ายทอดแผนยุทธศาสตร์ ฯ และกำหนดค่าเป้าหมายตัวชี้วัดแผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557-2560 ในวันที่ 16 ตุลาคม 2556 ณ ห้องประชุมมรกตอีสาน จังหวัดนครราชสีมา